ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) แมนฯ ซิตี้ 3-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน วันที่14-1-2019

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) แมนฯ ซิตี้ 3-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน วันที่ 14-1-2019

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) แมนฯ ซิตี้ 3-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน วันที่ 14-1-2019

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วันที่ 14 มกราคม ผลการแข่งขันที่เจ้าบ้าน แมนฯซิตี้ เป็นฝ่ายบุกขึ้นมาทำเกมรุกกดดันอย่างต่อเนื่องและสามารถเก็บชัยชนะในบ้านได้สำเร็จทำให้ในตอนนี้มีคะแนนตามหลังจ่าฝูง ลิเวอร์พูล 4 แต้มตามเดิม

แมนฯ ซิตี้ 3-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน

เริ่มเกมครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายทำเกมบุก วูล์ฟแฮมป์ตัน ได้มากกว่า ทำให้ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ ลีรอย ซาเน่ หลุดล้ำหน้าขึ้นมาก่อนที่ กาเบรียล เชซุส จะบุกขึ้นมายิงลูกตุงตาข่ายทำให้เป็นผลมีประตูขึ้นนำ 1-0 ทันที

จากนั้นเรือใบยังคงเป็นฝ่ายทำเกมบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง และ 5 นาทีหลังจากนั้น เจ้าบ้านเกือบได้เฮได้ประตูที่สองอีกครั้งจากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา ได้ลองซัดเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ แต่ว่าบอลนั้นเสียบไปยังใต้คานแต่ว่า รุย ปาตริซิโอ ผวาปัดออกหลังไปได้ ทำให้พดได้ประตูที่สองไปแบบน่าเสียดาย ต่อมานาทีที่ 19 ทีมเยือนต้องเหลือผู้เล่น 10 คนเพราะ วิลลี่ โบลี่ เปิดปุ่มใส่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา จึงได้รับใบแดงไปในที่สุดทำให้สถานการณ์ตกเป็นรองทันที

และนาทีที่ 36 วูล์ฟแฮมป์ตัน เกือบได้ประตูตีเสมอจากจังหวะสวนกลับเร็วของ ราอูล ฮิมิเนซ ก่อนที่ ดีเอโก้ โชต้า จะพลาดในการชาร์จซ้ำลูกเข้าไป ต่อมานาทีที่ 39 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูที่สองจากการยิงลูกจุดโทษของ กาเบรียล เชซุส รับหน้าที่สังหารเข้าไป ทำให้จบเกมครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0

Manchester City 3-0 Wolves

เริ่มเกมครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ ยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบและมีโอกาสลุ้นได้ประตูที่สามจากจังหวะของการทำชิ่งของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ส่งบอลต่อให้กับ ลีรอย ซาเน่ ที่จับบอลได้ไม่ดีทำให้ลูกหลุดออกไปแบบน่าเสียดาย

และนาทีที่ 62 ได้เปลี่ยนตัวส่ง เควิน เดอ บรอยน์ มาแทน ดาบิด ซิลวา  และสถานการณ์ความได้เปรียบเจ้าบ้านยังกดดันดันได้มากกว่า 78% ทำให้ทีมเยือนจึงทำหน้าที่รับมือจากการบุกเพียงอย่างเดียว

นาที่ 77 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูที่สามจากการทำเข้าประตูตัวเองของ คอนเนอร์ คัวดี้ ที่บอลไปโดนตัวทำให้เปลี่ยนทิศเข้าประตูให้กับเจ้าถิ่นทันที

จากนั้นทีมเยือนได้เทหมดหน้าตักด้วยการที่ เอแดร์ซอน โมราเอส ผู้รักษาประตูบุกขึ้นมาทำชิ่งกับเพื่อนครึ่งสนามแต่ว่าก็ไม่ทันเวลาทำให้พ่ายแมนฯ ซิตี้ ไปในที่สุดด้วยสกอร์ 3-0 ทำให้เจ้าบ้านยังคงรั้งอันดับที่สองและมีคะแนนไล่ตามลิเวอร์พูล 4 แต้มตามเดิม

Manchester City 3-0 Wolves.

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) แมนฯ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูลวันที่ 3-1-2019

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) แมนฯ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูลวันที่ 3-1-2019

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) แมนฯ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูลวันที่ 3-1-2019

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วันที่ 3 มกราคม ผลการแข่งขันที่ดุเดือด แมนฯซิตี้ สามารถหยุดสถิติไร้พ่ายของลิเวอร์พูลจ่าฝูงได้สำเร็จ ทำให้ในเวลานี้รั้งเป็นรองจ่าฝูงได้สำเร็จและพร้อมไล่บี้มีคะแนนเหลือเพียง 4 แต้มเท่านั้น

แมนฯ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูล

เริ่มเกมครึ่งแรก แมนฯซิตี้ เป็นฝ่ายทำเกมรุกได้ก่อนมีโอกาสได้ลุ้นตั้งแต่นาทีที่ 3 จากจังหวะที่ ลีรอย ซาเน่ ได้พาบอลเข้ามาส่องแต่ติดเซฟของ อลีสซง ต่อมานาทีที่ 9 ลิเวอร์พูลได้ลุ้น จากจังหวะที่ แฟร์นันดินโญ่ เข้าสกัดบอลแต่บอลเปลี่ยนทางเข้ามือ โมาราเอส ไว้ได้

ต่อมานาทีที่ 18ลิเวอร์พูล ได้จังหวะที่ ซาลาห์ ทำชิ่งต่อบอลกับ ฟีร์มีโน่ แล้วส่งบอลให้มาเน่ ก่อนยิงเข้าไปชนเสา แต่ลูกกระเด้งออกมาก่อนที่จะถูก จอห์น สโตน วิ่งเข้ามาสกัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด ทำให้ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสทำประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 40 ในที่สุด แมนฯซิตี้ก็ได้ประตูขึ้นนำ ลิเวอร์พูลได้สำเร็จ จาก แบร์นาร์โด้ ซิลวา พาบอลมาถึงฝั่งซ้ายแล้วเปิดลูกให้กับ กุน เอวโร่ ที่ซัดลูกหลุดเข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จ ทำให้ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ทันที จากนั้นเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่ม ทำให้แมนฯซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ ลิเวอร์พูลไปก่อน 1-0

Manchester City 2-1 Liverpool.

เกมครึ่งหลัง แมนฯซิตี้ เป็นทำเกมบุกอีกครั้งและได้ลุ้นจากการยิงไกลของ แฟร์นันดินโญ่ ที่ทำให้ลูกออกข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย และยังคงทำเกมบุกใส่ลิเวอร์พูลอย่างต่อเนื่อง จากนั้นนาทีที่ 64 ลิเวอร์พูลได้เสียงเฮจากการตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จจากลูกโหม่งของ ฟีร์มีโน่ ที่ได้ลูกตีเสมอได้สำเร็จ

ต่อมานาทีที่ 64 แมนฯซิตี้ ได้ประตูที่สองจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้จ่ายบอลส่งให้กับ ลีรอย ซาเน่ ก่อนที่จะซัดลูกในระยะไกลทำให้ลูกพุ่งเข้าไปนอนก้นตาข่ายได้สำเร็จ ในนาทีที่ 84 ลิเวอร์พูลหวุดหวิดเสียประตู จากจังหวะที่ กุน อเกวโร่ หลุดเดี่ยวเข้ามายิงแต่ว่าติดเซฟเอาไว้ได้ ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูล หวุดหวิดได้ประตูตีเสมอแต่ถูก โมราเอส พุงปัดออกไป แบบเฉียดฉิว

ในช่วงเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มขึ้นทำให้ แมนฯ ซิตี้ เฉือนเอาชนะลิเวอร์พูล 2-1 ได้สำเร็จ และหยุดสถิติไร้พ่ายของลิเวอร์พูลได้สำเร็จเป็นนัดแรก ทำให้ขึ้นมารั้งเป็นรองจ่าฝูงมีคะแนนห่างเพียง 4 แต้มเท่านั้น

Manchester City 2-1 Liverpool

 

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 2-1-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 2-1-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 2-1-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วันที่ 2 มกราคม ผลการแข่งขันที่ดุเดือด ได้ใบเหลืองและใบแดงหลายทีม ส่วนทัพฟีศาจแดงที่โชว์ความร้อนแรงของการคุมทีมกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่โชว์ของเก็บชัยชนะติด 4 นัดรวด แซงอดีตกุนซือคนเก่าเป็นที่เรียบร้อย

Chelsea 0-0 Southampton

เชลซี 0-0 เซาแธมป์ตัน

เริ่มเกม เชลซี เป็นฝ่ายบุก เซาแธมป์ตันแ มากกว่า แต่ยังหาจังหวะบุกเข้าไปทำประตูไม่สำเร็จ จึงทำให้เพียงแค่เสมอกันในครึ่งแรก ส่วนเกมครึ่งหลัง เชลซีเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางด้าน เซาแธมป์ตัน ก็ยังคงมีแนวรับที่เหนียวแน่น ทำให้เกมรุกของเจ้าบ้านยังคงทำงานได้ไม่ดีจบเกมเสมอกัน 0-0 ทำให้อันดับเชลซียังคงอยู่ที่สี่ต่อไปเหมือนเดิม

วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-2 คริสตัล พาเลซ

เริ่มเกมครึ่งแรก คริสตัล พาเลซ เป็นฝ่ายทำเกมบุกมากกว่า วูล์ฟแฮมป์ตัน แต่ยังเจาะประตูไม่ได้ ทำให้เสมอกันไปในเกมครึ่งแรก ส่วนเกมครึ่งหลัง ทีมเยือนเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 83 จาก จอร์แดน อายิว และนาทีที่ 95 ช่วงทดเวลา คริสตัล พาเลซ ได้ประตูที่สองจากการยิงลูกจุดโทษของ ลูก้า มิลิโวเจวิช ให้จบเกม คริสตัล พาเลซ บุกมาเก็บสามแต้มนอกบ้านสำเร็จ

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-2 ไบรท์ตัน

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก เวสต์แฮม เป็นฝ่ายพลัดกันบุกกับ ไบรท์ตัน ในเกมแรกยังไม่มีใครสามารถทำสกอร์ขึ้นนำได้ก่อนทำให้เสมอกัน 0-0 ส่วนเกมครึ่งหลัง ไบรท์ตันเป็นฝ่ายได้ประตูนำ 0-1 จาก เดล สตีเฟนส์ และนาทีที่ 58 ได้ประตูที่สองจาก เชน ดัฟฟี่ จากนั้น เวส์แฮม เป็นฝ่ายโหมบุกและได้ประตูแรกจาก มาร์โก อาร์เนาโตวิช ในนาทีที่ 66 และต่อมานาทีที่ 68 ได้ประตูที่สองจาก มาร์โก อาร์เนาโตวิช จบเกมเสมอกันไป 2-2 แบ่งกันไปคนละแต้ม

บอร์นมัธ 3-3 วัตฟอร์ด

เริ่มเกมแรก วัตฟอร์ด ได้ประตูแรกจาก ทรอย ดีนี่ย์ และประตูที่สองจาก ทรอย ดีนี่ย์ ในนาทีที่ 27  จากนั้น เจ้าบ้าน บอร์นมัธ ได้ประตูแรกไล่ตามมาเป็น 1-2 จาก นาธาน เอเก้ และประตีตีเสมอในนาทีที่ 37 จาก คอลลัม วิลสัน ด้วยสกอร์ 2-2 จากนั้นนาทีที่ 38 วัตฟอร์ดได้ประตูที่่สาทมจาก  เคน เซมา และนาทีที่ 40 เจ้าบ้านไล่ตามเสมอ 3-3 จาก ไรอัน เฟรเซอร์ จบเกมเสมอกัน 3-3 แบ่งกันไปคนละแต้ม

ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ 1-2 เบิร์นลี่ย์

เริ่มเกมครึ่งแรก ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 33 จาก สตีฟ มูนี่ ทำให้ขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากนั้นนาทีที่ 40 เบิร์นลี่ย์ ได้ประตูตีเสมอจาก คริส วูด จากนั้นไม่นาน ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ เหลือผู้เล่น 10 คนเพราะ คริสโตเฟอร์ ชินด์เลอร์ ได้รับใบเหลืองครบสองใบ ส่วนเกมครึ่งหลัง เบิร์นลี่ย์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-2 จาก  แอชลี่ย์ บาร์นส์ ต่อมาช่วงท้ายเกมต้องเหลือผู้เล่น 10 คน จาก ร็อบบี แบรดี ได้รับใบแดง แต่สุดท้ายจบเกมไปด้วยสกอร์ 1-2

Newcastle United 0-2 Manchester United

นิวคาสเซิ่ล 0-2 แมนฯ ยูไนเต็ด

เริ่มเกมครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายบุก นิวคาสเซิ่ล มากกว่าแต่ว่ายังหาจังหวะสวย ๆ ขึ้นทำประตูไม่ได้จึงทำให้เสมอกัน 0-0 ส่วนเกมครึ่งหลัง นิวคาสเซิ่ล ยังคงเป็นฝ่ายถูกกดดันอย่างต่อเนื่องและนาทีที่ 64 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำหลังจากเปลี่ยนตัวลูกากูลงมาได้ไม่ถึงนาทีก็ยิงประตูให้ทีมขึ้นนำ 0-1 ต่อมานาทีที่ 80 ได้ประตูที่สองจาก แรชฟอร์ด จึงทำให้จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาถล่ม นิวคาสเซิ่ล 0-2 เก็บสามแต้มได้สำเร็จ และชนะ 4 นัดติดของผลงานกุนซือ โซลชา

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 1-1-2019

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 1-1-2019

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 1-1-2019

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 1-1-2019 ผลการแข่งขันที่ดุเดือด มีโอกาสทำสกอร์ขึ้นได้ยาก หลายทีมวางแผนการเล่นเกมมาอย่างดี จึงทำให้การลุ้นทำสกอร์ขึ้นนำก่อนค่อนข้างยากทำให้ทีมรองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในเกมทำให้หนีพ้นจากท้ายตารางได้ยากมากขึ้น

Everton 0-1 Leicester City.

เอฟเวอร์ตัน 0-1 เลสเตอร์ ซิตี้

เริ่มเกมครึ่งแรก เลสเตอร์ เป็นฝ่ายทำเกมบุกเอฟเวอร์ตันได้มากกว่า แต่ทำเจาะเข้าไปทำประตูขึ้นนำก่อนไม่ได้ จึงทำให้เกมครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 ส่วนเกมครึ่งหลัง เลสเตอร์มีโอกาสบุกขึ้นนำหลายครั้งและในที่สุดก็ได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 58 จาก เจมี่ วาร์ดี้ ทำให้สถานการณ์ชองเลสเตอร์ได้เปรียบและเล่นง่ายขึ้น จึงทำให้จบเกมเลสเตอรน์บุกมาเก็บสามคะแนนที่ถิ่นเอฟเวอร์ตันได้สำเร็จ ทำให้ตอนนี้เลสเตอร์อันดับขยับขึ้นมาอยู่ที่ 7 ส่วน เอฟเวอร์ตันยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม

Arsenal 4-1 Fulham

อาร์เซน่อล 4-1 ฟูแล่ม

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายทำเกมบุก ฟูแล่ม มากกว่าจึงได้ประตูแรกในนาทีที่ 25 จากการยิงของ กรานิต ซาก้า ส่วนเกมครึ่งหลัง อาร์เซน่อล ยังเป็นฝ่ายทำเกมบุกได้มากกว่าและได้ประตูที่สองจาก ลากาแซ็ต ในนาทีที่ 55 จากนั้น ฟูแล่ม ทีมเยือนได้ประตูแรกจาก Aboubakar Kamara ต่อมานาทีที่ 79 ได้ประตูที่สามจาก อารอน แรมซี่ย์  และนาทีที่ 83 เจ้าบ้านได้ประตูที่สี่จาก โอบาเมย็อง ทำให้จบเกมชนะไปด้วยสกอร์ 4-1 เก็บสามแต้มในบ้านได้สำเร็จ จบเกมทำให้ อาร์เซน่อล เก็บสามแต้มขึ้นมาอยู่ในอันดับที่สี่ของตารางแต่ว่าแข่งมากกว่าทีมอื่นหนึ่งนัด

คาร์ดิฟฟ์ซิตี้ 0-3 สเปอร์ส

เริ่มเกมครึ่งแรก สเปอร์ส เป็นฝ่ายบุก คาร์ดิฟฟ์มากกว่า และได้ประตูแรกในนาทีที่ 3 จาก แฮร์รี่ เคน จากจังหวะง่าย ๆ ของลูกกระดอนมาอยู่ตรงหน้าแบบไม่ทันตั้งตัวจึงซักเข้าไปแบบไม่เหลือ ต่อมาไม่นานได้ประตูที่สองจาก คริสเตียน อีริคเซ่น ที่ยิงลูกเลียดเข้าประตูไปอย่างสวยงามในนาทีที่ 12 จากนั้นสถานการณ์ของสเปอร์สได้เปรียบมากกว่าเจ้าบ้านมากกว่าและทำเกมบุกได้อย่างต่อเนื่องเพราะทีมเยือนยังมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวหน้าบ้านอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นไม่นาน สเปอร์ส ได้ประตูที่สามในนาทีที่ 26 จาก ซนฮึง-มิน ทำให้จบเกมครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-3 ส่วนเกมครึ่งหลังไม่มีสกอร์เพิ่มขึ้นทำให้จบเกมด้วยสกอร์ 0-3 และสเปอร์ส ขึ้นไปรั้งเป็นรองจ่าฝูงชั่วคราวเพราะแข่งมากกว่าแมนฯ ซิตี้ 1 นัด ส่วน คาร์ดิฟฟ์ ยังคงอยู่ท้ายตารางในอันดับที่ 18

 

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) เซาแธมป์ตัน 1-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 27-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) เซาแธมป์ตัน 1-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 27-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) เซาแธมป์ตัน 1-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 27-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วันที่ 27 ธันวาคม ผลการแข่งขันสุดมัน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด  โชว์ของสามารถบุกมาเก็บสามแต้มนอกบ้านในนัดส่งท้ายของโปรแกรมที่ 19 ที่บุกมาเก็บสามคะแนนได้สำเร็จทำให้อันดับขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9 ทันที

เซาแธมป์ตัน 1-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

เริ่มเกมแรก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเปิดตัวทำเกมรุก เซาแธมป์ตัน มากกว่า ทำให้มีโอกาสทำเกมบุกขึ้นไปลุ้นประตูได้ก่อน แต่ยังหาจังหวะเพื่อที่จะเข้าไปเกมหน้าบ้านของ เซาแธมป์ตัน ไม่สำเร็จ  ในช่วงท้ายเกม เซาแธมป์ตัน พอมีจังหวะให้ได้ลุ้นเกมรุกได้บ้าง แต่แล้วทั้งสองทีมยังหาสกอร์ให้ตัวเองขึ้นนำไม่ได้ จึงทำให้จบเกมเสมอกันไป 0-0 ในครึ่งแรก

เริ่มเกมครึ่งหลัง เซาแธมป์ตัน เป็นฝ่ายแก้เกมขึ้นมาครองบอลและทำเกมมบุก เวสต์แฮม ได้มากกว่า แต่โอกาสบุกและลุ้นทำประตูแรกได้สำเร็จในนาทีที่ 50 เซาแธมป์ตัน ได้ประตูนำ 1-0 จาก นาธาน เรดมอนด์ ทำให้เกมการเล่นของเจ้าบ้านสามารถเล่นได้ง่ายขึ้นเมื่อได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากนั้นเจ้าบ้านดีใจได้ไม่นาน ในนาทีที่ 53 เวสต์แฮม ได้ประตูตีเสมอจาก เฟลิเป้ อันแดร์สัน ทำให้สถานการณ์การเล่นต้องกลับมาเริ่มต้นทำเกมบุกกันใหม่อีกครั้ง

Southampton 1-2 West Ham United

นาทีที่ 55 เวสต์แฮม เปลี่ยนตัวผู้เล่นครั้งแรก โดยส่ง แอนดี แคร์โรล มาแทน Grady Diangana หลังจากนั้นไม่นาน ทีมเยือนได้เสียเฮอีกครั้งจากการได้ประตูขึ้นนำ 2-1 ในนาทีที่ 59 จาก จาก เฟลิเป้ อันแดร์สัน คนเดิม ทำให้เวลานี้เกมรุกของเวสต์แฮม มีความมั่นใจและเล่นได้ง่ายขึ้นเมื่อทีมของตนได้ประตูที่สอง

จึงทำให้ เซาแธมป์ตัน ต้องเริ่มเปลี่ยนตัวในนาทีที่ 62 จาก เชน ลอง ไปแทน แดนนี่ อิงส์ และนาทีที่ 66 เจ้าบ้านได้ใบเหลืองแรกจาก แมตต์ ทาร์เกตต์ สถานการณ์ของทีมเยือนยังคงได้เปรียบและทำการเปลี่ยนตัวอีกครั้ง โดยส่ง ลูกัส เปรซ ลงมาแทน มาร์ก โนเบิล  และนาทีที่ 80 เจ้าบ้านได้เปลี่ยนตัว โดยส่ง ชาร์ลี ออสติน แทน มายะ โยชิดะ

Southampton 1-2 West Ham United.

นาทีที่ 83 เจ้าบ้านได้ใบเหลืองที่สองจาก ยาน เบดนาเร็ก ที่เข้าไปสกัดแรงจึงได้ใบเหลืองที่สองของทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่นในช่วงท้ายเกมเพื่อต้องการให้หมดเวลา และจบเกมการข่งขันทำให้ เซาแธมป์ตัน  เปิดบ้านพ่าย เวสต์แฮม 1-2 ส่งผลทำให้เวสต์แฮม เก็บามแต้มในนี้ทำให้อันดับของทีมจากที่ 12 ขยับขึ้นมาเป็นที่ 9 ได้สำเร็จ

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 26-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 26-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 26-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วันที่ 26 ธันวาคม  ผลการแข่งขันดุเดือด ทำให้ทีมได้รับใบเหลืองกันมาก ในแมตช์นี้ ลิเวอร์พูล ยังคงโชว์ผลงานได้ร้อนแรง เป็นจ่าฝูง และรองจ่าฝูงเปลี่ยนเป็น สเปอร์ส แทน แมนฯ ซิตี้ ไปแล้ว

ฟูแล่ม 1-1 วูล์ฟแฮมป์ตัน

เริ่มเกม ฟูแล่ม ได้ประตูแรกในนาทีที่ 74 จากไรอัน เซสเซกนัน  ส่วน วูล์ฟแฮมป์ตัน ไล่ตีเสมอได้ในนาทีที่ 85 จาก โรแม็ง ซาอิสส์ จึงทำให้เสมอกันไปในที่สุด ด้วยสกอร์ 1-1 จึงแบ่งกันไปคนละแต้ม

Liverpool 4-0 Newcastle United

ลิเวอร์พูล 4-0 นิวคาสเซิ่ล

เริ่มเกม ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายทำเกมบุก นิวคาสเซิ่ล มากกว่า และได้ประตูแรกในนาทีที่ 11 จาก เดยัน ลอฟเรน ประตูที่สองนาทีที่ 47  จาก ซาลาห์ นาทีที่ 79 ได้ประตูที่สามจาก ชาร์กี่รี่ และนาทีที่่ 85 ได้ประตูที่สี่จาก ฟาาบินโญ่ จบเกมทไปด้วยสกอร์ 4-0 ทำให้ลิเวอร์พูลรั้งตำแหน่งจ่าฝูงได้ต่อไป

แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์

เริ่มเกม แมนฯยูไนเต็ด เป็นฝ่ายบุก ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ มากกว่าละได้ประตูแรกในนาทีที่ 28 จขาก มาติช ส่วนประตูที่สองนาทีที่ 64 จาก ปอล ป็อกบา และประตูที่สามนาทีที่ 78 จาก ปอล ป็อกบา จากนั้นในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 88  ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ได้ประตูแรกจาก มาธิ ยอร์เกนเซ่น จบเกม แมนฯยูชนะฮัดเดอร์ฟิลด์ 3-1 เก็บสามแต้มได้เป็นนัดที่สองติดต่อกัน

เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 แมนฯ ซิตี้

เริ่มเกม เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายบุก แมนฯ ซิตี้ มากกว่า แต่แมนฯซิตี้ได้ประตูแรกนาทีที่ 14 จาก ฟาเบียน เดลฟี่ ต่อมาเจ้าบ้านเลสเตอร์ได้ประตูแรกในนาทีที่19 จาก มาร์ก ออลไบรตัน  และได้ประตูที่สองในนาทีที่ 81 จาก ริคาร์โด โดมิงโกส บาร์โบซ่า เปเรย์รา จากนั้นนาทีที่ 89 ฟาเบียน เดลฟ์ ถูกไล่ออกจากสนาม จบเกม เลสเตอร์ ชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-1 ทำให้อันดับเรือใบร่วงลงมาอยู่ที่สามของตาราง

Tottenham Hotspur 5-0 Bournemouth AFC

สเปอร์ส 5-0 บอร์นมัธ

เริ่มเกมแรก สเปอร์ส เป็นฝ่ายบุก บอร์นมัธ อย่างโหด ได้ประตูแแรก นาทีที่ 16 จาก คริสเตียน อีริคเซ่น นาทีที่ 23และ นาทีที่ 70 ได้ประตูจาก ซน ฮึง-มิน และนาทีที่ 35 ได้ประตูจาก ลูคัส มูรา และนาทีที่ 61 ได้ประตูจาก แฮร์รี่เคน ทำให้จบเกมสเปอร์สเปิดบ้านถล่ม บอร์นมัธ 5-0 ส่งผลทำให้เจ้าตัวขยับขึ้นมาเป็นรองจ่าฝูงทันที ตามหลังลิเวอร์พูล 6 แต้ม

เบิร์นลี่ย์ 1-5 เอฟเวอร์ตัน

เริ่มเกม เอฟเวอร์ตัน เป็นฝ่ายบุก เบิร์นลี่ย์มากกว่า และได้ประตูแรกในนาทีที่ 2 จาก เยอร์รี่ มินา ได้ประตูจาก ลูคัส ดิกเน ในนาทีที่ 13 และ 71 และนาทีที่ 22 ได้ยิงจุดโทษ สังหารโดย กิลวี ซีกีร์ดซอน และนาที่ 93 ได้ประตูเพิ่มจาก ริชาร์ลิสัน  ส่วนทางด้านเจ้าบ้าน เบิร์นลี่ย์ ได้ประตูแรกในนาทีที่ 36 จาก เบน กิบสัน จบเกมด้วยสกอร์ 1-5 ทำให้เอฟเวอร์ตันได้ สามแต้มไปในที่สุด

คริสตัล พาเลซ 0-0 คาร์ดิฟฟ์ซิตี้

ทั้งสองทีมต่างพำลัดกันบุกแต่ไม่มีสกอร์เกิดขึ้นจึงบเสมอ 0-0 แบ่งกันไปคนละแต้ม

ไบรท์ตัน 1-1 อาร์เซน่อล

เริ่มเกม อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายบุก ไบรท์ตัน มากกว่าและได้ประตูแรกจาก ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยองและไบรท์ตันได้ประตูตีเสมอจาก เยอร์เก้น โลกาเดีย ทำให้จบเกมเสทมอกัน 1-1 แบ่งกันไปคนละแต้ม

วัตฟอร์ด 1-2 เชลซี

เริ่มเกม เชลซี เป็นฝ่ายบุก วัตฟอร์ดมากกว่า และวัตฟอร์ดได้ประตูแรกนาทีที่ 48 จาก โรเบอร์ โต้ เปเรย์รา  และเชลซีได้ประตูแรกในนาทีที่ 46 จาก เอแดน อาซาร์ และนาทีที่ 58 จากการยิงจุดโทษของ เอแดน อาซาร์ ทำให้จบเกมไปด้วยสกอร์ 1-2 เชลซีรั้งอันดับสี่ของตาราง

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล วันที่ 21-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล วันที่ 21-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล วันที่ 21-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วันที่ 21 ธันวาคม ลิเวอร์พูลยังโชว์ผลงานยอดเยี่ยม จากการโชว์เกมบุกและบุกขึ้นนำทำให้จบเกมเก็บ 0-2 เก็บสามแต้ม มัคะแนนนำโด่งห่างจากแมนฯ ซิตี้อันดับสอง  4 แต้มจารแข่งมากกว่าหนึ่งนัด

วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล

เริ่มต้นเกมครึ่งแรกที่มีฝนจกลงมาอย่างหนัก และ วูล์ฟแฮมป์ตัน เจ้าบ้านที่บุกขึ้นมาเกือบทำให้เสียประตูจังวหวะที่ ฟาบินโญ่ จ่ายบอลพลาดไปติด มูตินโญ่และ ตราโอเร่ ซัดไปหลุดกรอบนิดเดียว  ต่อมานาทีที่ 10 ตราโอเร่ หลุดเข้ามาทำให้หงส์แดงได้หวาดเสียวอีกครั้ง ก่อนที่จะหลุดออกไปอีกครั้ง ต่อมานาทีที่ 14 ลิเวอร์พูลหวุดหวิดเสียประตูอีกครั้งจากเจ้าบ้านโหมบุกมากขึ้นแต่น่าเสียดายที่ลูกหลุดออกไป ในนาทีที่ 18 ลิเวอร์พูลได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ มาเน่ ทำชิ่งให้กับ ฟาบินโญ่ และ ซาลาห์ วิ่งมาจิ้มด้วยซ้ายทำให้ลูกลอยเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้ประตูนี้เจ้าตัวหลุดขึ้นมาเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกทันที จากนั้นเกมบุกของทีมเยือนยังคงโชว์ฟอร์มได้ดีมากขึ้น  แต่นาทีที่ 37 ลิเวอร์พูลเกือบมีโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง แต่ติดที่่ มูตินโญ่ มาสกัดออกไป จึงทำให้จบเกมครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 0-1

Wolves 0-2 Liverpool.

เริ่มต้นเกมครึ่งหลัง ลิเวอูลเป็นฝ่ายเปิดฉากครองบอลได้มากกว่า ทำให้นาทีที่ 47 ลิเวอร์พูลมีลุ้นจากจังหวะที่ ซาลาห์ หวดแบบเต็มแรงแต่ลูกหลุดออกนอกกรอบไป นาทีที่ 52 ได้ลุ้นทำประตูที่สองจากจังหวสะที่ เกอิต้า เป็นผู้ยิงบอลเข้าไปเต็มแรง แต่ก็โดนสกัดออกไป จากนั้นไม่นาน เกอิต้า เริ่มมีอาการบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออก ต่อมานาทีที่ 68 ลิเวอร์พูลได้ประตูขึ้นนำ 0-2 ในนาทีที่ 68 อีกครั้งจาก ฟาน ไดค์ จิ้มบอลเสียบตาข่ายเสาแรก ทำให้สกอร์ขยับห่างทันที

จากนั้นนาทีที่ 72 เจ้าบ้านได้มีโอกาสลุ้นประตูแรกในจังหวะที่เป็นลูกชุลมุนอยู่หน้าประตูแต่ก็ถูกสกัดลูกออกไป ในช่วงท้ายเกมก่อนหมดเวลา ซาลาห์ เกือบได้ประตูที่สองในเกมนี้ แต่ก็ติดเวฟเอาไว้ แม้ว่าจะเหลือเวลาไม่กี่นาที เจ้าบ้านก็เร่งเครื่องเพื่อต้องการประตูแรก แต่สุดท้ายก็หมดเวลาการแข่งขันจบเกม วูล์ฟแฮมป์ตัน พ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล ในบ้านด้วยสกอร์  0-2 ทำให้ลิเวอร์พูลยังคงรักษาตำแหน่งจ่าฝูงเอาไว้ได้ต่อไป ทำให้ในตอนนี้มี 48 คะแนนและนำ แมนฯซิตี้ 4 แต้มแต่เป็นการแข่งมากกว่าหนึ่งนัด

Wolves 0-2 Liverpool

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) เอฟเวอร์ตัน 2-2 วัตฟอร์ด วันที่ 10-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) เอฟเวอร์ตัน 2-2 วัตฟอร์ด วันที่ 10-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) เอฟเวอร์ตัน 2-2 วัตฟอร์ด วันที่ 10-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วันที่ 10 ธันวาคม ผลการแข่งขันที่เล่นกันอย่างดุเดือดผลการแข่งขันจบเกมเสมอกัน 2-2 ทำให้แบ่งกันไปคนละแต้ม เอฟเวอร์ตันตามหลังแมนยู อยู่อันดับที่ 7  ส่วนวัตฟอร์ด ยังไม่ชนะใครมา 6 นัดติด ทำให้รั้งอันดับ 12 ของตาราง

เอฟเวอร์ตัน 2-2 วัตฟอร์ด

เริ่มต้นเกมครึ่งแรกไม่นาน วัตฟอร์ต ทีมเยือนเป็นฝ่ายทำเกมบุกและได้มีลุ้นแต่บอลเข้ามือ พิคฟอร์ด ไว้ก่อน จากนั้น เอฟเวอร์ตัน ได้มีโอกาสบุกขึ้นมาสววนกลับเร็วบ้าง จาก ลูก้า ดีญ ที่ส่งบอลต่อให้กับ วัลต็อตต์ แต่ว่าเบาไปหน่อยทำให้ติดการเซฟไว้ได้ นาทีที่ 15 เอฟเวอร์ตัน ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จาก ริชาร์ลิซอน ที่วิ่งเข้ามายิงด้วยขวา

จากนั้นสถานการณ์ทำให้เอฟเวอร์ตัน เล่นเกมบุกได้ง่ายขึ้น และนาทีที่ 38 วัตฟอร์ด มีลุ้นได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ เคน เซม่า ได้บอลมาแล้วส่งให้กับ เปเรยร่า ก่อนหลุดเข้าไปยังเสาไกลก่อนลูกหลุดออกข้ามคานไป จากนั้น วัตฟอร์ด มีโอกาสลุ้นได้ประตูตีเสมอหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จทำให้จบเกมไปด้วยสกอร์ 1-0

Everton 2-2 Watford

เกมครึ่งหลัง วัตฟอร์ด ที่มีการทำเกมบุกมากขึ้น และนาทีที่ 55 ได้ลุ้นลูกฟรีคิกนอกกรอบทางด้านขวา แต่น่าเสียดาย โรแบร์โต้ เปเรยร่า ปั่นลูกหนีข้ามกำแพงออกไปข้างตาข่ายมากกว่า  จากนั้น วัตฟอร์ด ยังคงทำเกมบุกต่อเนื่องและมีโอกาสลุ้นได้ประตูตีเสมอหลายครั้งแต่ลูกก็ออกนอกกรอบไปมากกว่า  นาทีที่ 58 ทีมเยือนเกือบได้ลูกตีเสมอในนาทีที่ 58 จากแนวรับ เอฟเวอร์ตัน สกัดลูกไม่ดีทำให้ล้นมาหา ไอแซ็ค ซัคเศส์ แต่พิคฟอร์ด ไวกว่ารับลูกไว้ได้

จากนั้นนาทีที่ 63 เดวโลว ที่ลงมาแทน กีโก้ เฟเมเนีย แบ็กขวา ที่เข้ามาครอสบอลให้กับ เปเรยร่า ยิงลูกไปชนเสาก่อนที่จะเด้งไปชน โคลแมน เป็นการทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้ได้ประตูตีเสมอทันทีเป็น 1-1 จากนั้น วัตฟอร์ต ได้ใจมากขึ้นจึงทำเกมบุกอย่างต่อเนื่อง และมีลุ้นหลายครั้ง ในที่สุดนาทีที่ 65 วัตฟอร์ด ได้ประตูขึ้นนำ 1-2 จากการเล่นฟรีคิก เบา ๆ ที่ให้ เปเรยร่า วิ่งไปรับบอลแล้วส่งต่อให้กับ ดูกูเร่ โขกเข้าประตูส่งผลทำให้ วัตฟอร์ด ขึ้นนำเป็น 1-2 ทีนที

Everton 2-2 Watford..

จากนั้น เอฟเวอร์ตัน เป็นฝ่ายทำเกมบุกมากขึ้นและนาทีที่ 67 ได้ลูกจุดโทษ แต่ กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน พลาดยิงลูกไปตรงตัวและทำให้ เบน ฟอสเตอร์ ออกมาสกัดได้ทัน และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 96 เอฟเวอร์ตันได้ประตูตีเสมอจาก ลูก้าส์ ดีญ ที่ปั่นฟรีคิกทำให้ลูกย้อยลงก้นตาข่าย ทำให้เสมอกัน 2-2 และจบเกมไปด้วยสกอร์ 2-2 แบ่งกันคนละแต้ม

 

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 8-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 8-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 8-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วันที่ 8 ธันวาคม ผลการแข่งขันค่อนข้างดุเดือด จากการเบียดกันทำคะแนนระหว่างลิเวอร์พูลกับ แมนฯซิตี้ เพื่อแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูง ในที่สุด เชลซีเป็นผู้หยุดสถิติไร้พ่ายแมนฯ ซิตี้ ทำให้ร่วงเป็นที่สอง ส่งผลให้ลิเวอร์พูลก้าวขึ้นเป็นจ่าฝูงแทนทันที

Bournemouth AFC 0-4 Liverpool

บอร์นมัธ 0-4 ลิเวอร์พูล

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าและบุกต่อเนื่องทำให้ได้ประตูแรกได้ในนาทีที่ 25 จาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และจบเกมแแแครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 0-1 ส่วนครึ่งหลัง นาทีที่ 48 เริ่มต้นเกมครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าและบุกต่อเนื่องทำให้ได้ประตูแรกได้ในนาทีที่ 25 จาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นผู้ซัดเข้าไปนอนก้นตาข่าย นาทีที่ 67 ลิเวอร์พูลได้ประตูที่สามจาก สตีฟ คุ้ก ทำบอลเข้าประตูตัวเอง นาทีที่ 77 ได้ประตูที่สี่จากซาลาห์ จบเกม 0-4 ลิเวอร์พูล เก็บสามแต้มรั้งจ่าฝูงชั่วคราว

Manchester United 4-1 Fulham

แมนฯ ยูไนเต็ด 4-1 ฟูแล่ม

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายทำเกมบุก ฟูแล่มมากกว่า ทำให้ได้ประตูแรกในนาทีที่ 13 จาก แอชลีย์ ยัง ต่อมานาทีที่ 28 ได้ประตูที่สองจาก ฆวนมาต้า และนาทีที่ 42 ได้ประตูที่สามจาก ลูกากู ส่วนเกมครึ่งหลัง ฟูแล่มได้ประตูแรกจากการยิงลูกจุดโทษของ Aboubakar Kamara และนาทีที่ 68 อ็องเดรฟร้องค์ ซัมโบ้ อ็องกิสซ่า ได้ใบเหลืองสองใบทำให้ถูกไล่ออกจากสนามและนาทีที่ 82 เจ้าบ้านได้ประตูที่สี่จา แรชฟอร์ด ทำให้จบเกมไปด้วยสกอร์ 4-1

อาร์เซน่อล1-0 ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายบุกและครองบอลได้มากกว่า ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์แต่ครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 ทำให้เกมครึ่งหลัง อาร์เซน่อลโหมบุกอย่างต่อเนื่องเป็นผลสำเร็จในนาทีที่ 83  จาก ลูกัส ตอร์เรย์รา ทำให้จบเกม อาร์เซน่อล เฉือนเอาชนะฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ไปแบบเฉียดฉิว 1-0 ทำให้อันดับขยับขึ้นเป็นที่สามของตาราง

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 คริสตัล พาเลซ

เริ่มต้นตเกมครึ่งแรก คริสตัล พาเลซ ได้ประตูขึ้นนำ เวสต์แฮม ในนาทีที่ 6 จาก เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ และเกมครึ่งหลัง เวสต์แฮม ได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 48 จาก โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ต่อมานาทีที่ 62 ได้ประตูที่สองจาก ฆาบิเอร์ เอร์นันเดซ ต่อมานาทีที่ 65 ได้ประตูที่สามจาก เฟลิเป้ อันแดร์สัน ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 76 ทีมเยือนได้ประตูที่สองจาก เจฟฟรีย์ ชลุปป์ ทำให้จบเกมไปด้วยสกอร์ 3-2

คาร์ดิฟฟ์ซิตี้ 1-0 เซาแธมป์ตัน

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก คาร์ดิฟฟ์ซิตี้ และ เซาแธมป์ตัน ไม่สามารถทำประตูขึ้นนำได้ทำให้เสมอกัน 0-0 ส่วนเกมครึ่งหลัง คาร์ดิฟฟ์ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 74 จาก คัลลั่ม พาเตอร์สัน ทำให้จบเกมไปด้วยสกอร์ 1-0 เก๋บสามแต้มในบ้านได้สำเร็จ

เบิร์นลี่ย์ 1-0 ไบรท์ตัน

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก เบิร์นลี่ย์ เป็นฝ่ายบุก ไบรท์ตัน มากกว่าและเป็นผลสำเร็จในนาทีที่ 40 เบิร์นลี่ย์ ได้ประตูขึ้นนำ ไบรท์ตัน จาก เจมส์ ทาร์คอฟสกี ทำให้จบเกมไปด้วยสกอร์ 1-0 เก็บสามแต้มในบ้านได้สำเร็จ

เชลซี 2-0 แมนฯ ซิตี้

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก เลซี เป็นฝ่ายที่บุกและครองบอลได้มากกว่า แมนฯซิตี้ และได้ประตูแรกในนาทีที่ 45 จาก เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ทำให้จบเกมครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 1-0 ส่วนเกมครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้เป็นฝ่ายบุกเพิ่มขึ้นแต่ยังหาจังวหวะไม่ได้ทำให้เสียประตูที่สองในนาทีที่ 78จาก ดาวิด ลุยซ์ ทำให้จบเกม เชลซีชนะในบ้าน 2-0 ส่วนแมนฯ ซิตี้ หล่นเป็นรองจ่าฝูงตามหลังลิเวอร์พูลทันที

เลสเตอร์ ซิตี้ 0-2  สเปอร์ส

เริ่มต้นเกมครึ่งแกร สเปอร์ส เป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า เลสเตอร์ ซิตี้ และได้ประตูแรกช่วงทดเวลาครึ่งแรกนาทีที่ 46 ซน ฮึง-มิน และจบเกมไปด้วยสกอร์ 0-1 ส่วนเกมครึ่งหลัง สปอร์ส ยังคงบุกและได้ประตูที่สองในนาทีที่ 58 จาก เดเล อัลลี ทำให้จบเกม สเปอร์ส บุกมาถล่มเลสเตอร์ 0-2

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 5-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 5-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) 5-12-2018

ผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Premier League) วันที่ 5 ธันวาคม ผลการแข่งขันที่เข้มงวดแต่ละทีมต่างต้องการคะแนนในนัดนี้ ทำให้เสมอกันหลายคู่และหลายทีมเฉือนเอาชนะมาแบบเฉียดฉิว จึงทำให้หลายทีมมีอันดับเปลี่ยนแปลงขึ้นลงจากเดิม

Burnley 1-3 Liverpool

เบิร์นลี่ย์ 1-3 ลิเวอร์พูล

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกขึ้นไปทำเกมรุกและมีโอกาสส่องหลายครั้งแต่ยังไม่เฉียบคมทำให้เสมอ เบิร์นลี่ย์  0-0 ส่วนเกมครึ่งหลัง เบิร์นลี่ย์ ได้ประตูที่แรกในนาทีที่ 54 จาก แจ็ค คอร์ก ทำให้ขึ้นนำลิเวอร์พูล 1-0 จากนั้นนาทีที่ 62 ลิเวอร์พูลได้ประตูแรกจาก เจมส์ มินเนอร์  และนาทีที่ 69 ได้ประตูที่สองจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และนาทีที่ 91 จาก เซอร์ดาน ชากิรี่ ทำให้จบเกม ลิเวอร์พูลพลิกมาชนะ เบิร์นลี่ย์ 1-3 ทำให้รั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป

วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 เชลซี

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก เชลซีเป็นฝ่ายทำเกมบุกได้มากกว่า เป็นผลสำเร็จในนาทีที่ 18 ได้ประตูแรกจากการยิงของ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ส่วนเกมครึ่งหลัง วูล์ฟแฮมป์ตัน ได้ประตูแรกในนาทีที่ 59 ราอูล จิมิเนส จากนั้นนาทีที่ 63 เจ้าบ้านได้ประตูที่สองจาก ดิโอโก โจตา ทำให้ขึ้นนำ เชลซี 2-1 จบเกมไปด้วยสกอร์นี้ทำเชลซีหล่นตลงมาอยู่ในอันดับที่ 4 ของตาราง

เอฟเวอร์ตัน 1-1 นิวคาสเซิ่ล

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล ได้ประตูขึ้นนำ เอฟเวอร์ตัน 0-1 ในนาทีที่่ 19 จาก ซาโลมอน รอนดอน ต่อมานาทีที่ 38 เอฟเวอร์ตัน ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากการยิงของ ริชาร์ลิสัน ทำให้จบเกมเสมอกัน 1-1 และแบ่งกันไปคนละแต้ม

ฟูแล่ม 1-1 เลสเตอร์ ซิตี้

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก ฟูแล่ม ได้ประตูขึ้นนำเลสเตอร์ 1-0 จาก Aboubakar Kamara ในนาทีที่ 42 ทำให้จบเกมครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 1-0 ส่วนเกมครึ่งหลังนาทีที่ 74 เลสเตอร์ได้ประตูตีเสมอจาก เจมส์ แมดดิสัน ทำให้จบเกมเสมอกัน 1-1 แบ่งกันคนละคะแนน

Manchester United 2-2 Arsenal

แมนฯ ยูไนเต็ด 2-2 อาร์เซน่อล

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายทำเกมบุกและได้ประตูแรกในนาทีที่ 26 จาก ชโคดราน มุสตาฟี่ นาทีที่ 30 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูตีเสมอจาก อ็องตอนี มาร์ซียาล ทำให้เสมอกัน 1-1 ส่วนเกมครึ่งหลัง อารเซน่อลยังคงบุกมากกว่า ทำให้ได้ประตูที่ 68 เป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ มาร์คอส โรโจ จากนั้นเจ้าบ้านสวนกลับเร็ว และได้ประตูเสมอในนาทีที่ 69 จาก เจสซี ลินการ์ด ทำให้จบเกมเสมอกัน 2-2 แบ่งกันไปคนละแต้มทำให้อาร์เซน่อลหล่นมาอยู่ในอันดับที่ 5

สเปอร์ส 3-1 เซาแธมป์ตัน

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก สเปอร์ส เป็นฝ่ายทำเกมบุกได้มากกว่าและได้ประตูที่แรกในนาทีที่ 9 จาก แฮร์รี่ เคน ทำให้ขึ้นนำ เซาแธมป์ตัน 1-0 ส่วนครึ่งหลังได้ประตูที่สองในนาทีที่ 51 จาก ลูคัส มูรา จากนั้นนาทีที่ 55 ได้ประตูที่สามจาก ซน ฮึง-มิน นาทีที่ 93 เซาแธมป์ตัน ได้ประตูแรกจาก ชาร์ลี ออสติน และจบเกม สเปอร์ส เปิดบ้านถล่ม เซาแธมป์ตัน 3-1 ทำให้อันดับของสเปอร์ขึ้นไปเป็นที่สามของตาราง