ผลบอลโลกวันที่ 11-7-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 11-7-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 11-7-2018

ผลบอลโลก 2018 วันที่ 11 กรกฎาคม  มีโปรแกรมการแข่งเพียงคู่เดียวและเป็นคู่ที่หักปากกาเซียนอย่างมาก เมื่อโครเอเชียเขี่ยอังกฤษตกรอบและผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ นับได้ว่าเป็นสมัยแรกของโครเอชียที่เป็นประวัติศาสตร์แห่งวงการลูกหนังของเหล่าทัพ ตาหมากรุก

Croatia1-1 England.

โครเอเชีย 1-1 อังกฤษ (ต่อเวลาพิเศษ 2-1)

            เริ่มต้นออกสตาร์ทเพียง 5 นาที อังกฤษเป็นฝ่ายออกบุกและบุกขึั้นไปทักทายโครเอเชียได้ก่อน จาก จังหวะลูกยิงฟรีคิกระยะ 25 ของ คีแรน ทริปเปียร์ เป็นผลทำให้ได้ลูกขึ้นได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในทันที ฟลังจากที่เป็นฝ่ายบุกขึ้นนำได้สำเร็จทำให้เหล่าทัพสิงโตคำรามเริ่มบุกอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 19 โครเอเชียได้มีโอกาสทักทายจากการยิงลูกนอกกรอบเขตโทษของ อีวาน เปริซิช แต่ลูกออกนอกกรอบไปทำได้แค่ลุ้น   หลังจากนั้น ตาหมากรุก เป็นฝ่ายไล่บุกแต่ก็ไม่ทันเวลาในครึ่งแรกเป็นฝ่ายไล่ตามสิงโตคำราม 0-1

เริ่มต้นเกมครึ่งหลัง โครเอเชียเป็นฝ่ายเริ่มเกมรุกในทันทีเพื่อเร่งทำประตูให้ไล่ตีเสมอกับอังกฤษให้ได้เร็วที่สุด ในนาทีที่ 68 โครเอเชียที่เป็นฝ่ายกดดันอังกฤษมากกว่า จากเปริซิช ที่เป็นฝ่ายยิงลูกเข้าประตูเต็มแรงสุดท้ายติดบล็อกของ ไคล์ วอล์คเกอร์ ต่อมาอีกสามนาที โครเอเชียเห็นผลถึงความพยายามจากช่วงจังหวะที่ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ เปิดบอลเข้ามาหน้าประตู และ เปริซิช เป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาดีดลูกเข้าไปนอนก้นตาข่ายได้สำเร็จ ทำให้ไล่ตามเสมออังกฤษ 1-1 ได้สำเร็จและเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้ และเริ่มต้นบุกเหล่าสิงโตคำรามอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 72 เกือบได้ประตูขึ้นนำจาก เปริซิช ที่หลบ วอล์คเกอร์ ที่มีโอกาสยิงแบบเน้น ๆ แต่เป็นความโชคดีของอังกฤษที่ลูกชนเสาออกไป แม้ว่า เรบิช จะเข้ามาซ้ำก็ติดตัว พิคฟอร์ด ทำให้สกอร์ยังคงเสมอ จนหมดเวลาแข่งขัน โครเอเชียเสมอกับอังกฤษ 1-1 ทำให้ต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

Croatia1-1 England

ช่วงต่อเวลาพิเศษ ทั้งสองทีมเล่นกันอย่างระวังและรอจังหวะ ทำให้การแข่งขันใน 15 นาทีแรกยังคงเสมออยู่ที่ 1-1   เมื่อเริ่มต้นครึ่งหลังของการต่อเวลาพิเศษ โครเอเชียเป็นฝ่ายเดินเครื่องและมีโอกาสได้ลุ้นทันทีจากลูกเตะมุมที่ โมดริช เปิดให้กับ โบรโมวิช แต่ลูกออกไปก่อน ต่อมานาทีที่ 109 โครเอเชียเป็นฝ่ายขึ้นนำอังกฤษจาก เปริซิชที่ โหม่งเข้าประตูได้สำเร็จ ทำให้โครเอเชียพลิกขึ้นนำ 2-1 จากนั้น โครเอเชียยังคงเดินหน้าบุกขึ้นทำเกมต่อเนื่องจนกระทั่งจบเวลา สามารถเอาชนะอังกฤษ 2-1 และเป็นผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ สำหรับอังกฤษเข้าไปชิงที่  3

 

 

ผลบอลโลกวันที่ 7-7-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 7-7-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 7-7-2018

            ผลบอลโลก 2018 วันที่ 7 กรกฎาคม มีการแข่งขันทั้งหมด 2 คู่ ที่มีเกมการแข่งกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะทีมโครเอเชียที่เอาชนะเจ้าภาพรัสเซียมาได้แบบเลือดตาแทบกระเด็น ทำให้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในรอบ 20 ปีนับตั้งแต่ปี 1998 ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของทีมชาติโครเอชีย

Sweden 0-2 England

สวีเดน 0-2 อังกฤษ

            เริ่มต้นเกมในครึ่งแรกทีมชาติอังกฤษเป็นฝ่ายบุกขึ้นไปทักทายสวีเดนก่อนแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ในนาทีที่ 30  สิงโตคำรามได้ประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุม แอชลีย์ ยัง ที่เป็นคนเปิดและ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โขกเข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จทำให้สกอร์ขึ้นนำไปก่อน 1-0  จากนั้นอังฤษเป็นฝ่ายไล่บุกอย่างต่อเนื่องและจบเกมครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-0  เริ่มต้นเกมครึ่งหลังสิงโตคำรามเป็นฝ่ายบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง และเป็นผลสำเร็จในนาทีที่ 58 ซึ่งได้ประตูขึ้นนำจาก เดเล่ อัลลี ที่สอดเข้ามาโหม่งลูกไปนอนก้นตาข่ายได้สำเร็จทำให้สกอร์ขยับหนีห่างสวีเดน 2-0  ต่อมานาทีที่ 62 สวีเดนเกือบได้ประตูตีเสมอแต่ไปติดเซฟ จอร์แดน พิคฟอร์ด หลังจากนั้นอังกฤษเป็นฝ่ายไล่บุกตลอดเกมและจบเกมทำให้อังกฤษเป็นฝ่ายเอาชนะสวีเดน 2-0 และผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของทีมชาติอังกฤษในรอบ 28 ปี

Russia 1-1 Croatia

รัสเซีย 1-1 โครเอเชีย ( ชนะจุดโทษ 3-4 )

เริ่มต้นเกมครึ่งแรก โครเอเชียเป็นฝ่ายบุกขึ้นไปลุ้นแต่ไม่เฉียบคมมากพอทำให้เฉียดคานไปนิดเดียว จากนั้นเจ้าภาพเป็นฝ่ายสวนกลับทันที และนาทีที่ 31 จากเชอรีเชฟ ที่ส่งลูกไปนอนก้นตาข่ายได้ก่อนทำให้เจ้าภาพเป็นฝ่ายขึ้นนำโครเอเชียได้ก่อน 1-0 ต่อมานาทีที่ 40 โครเอเชียไล่ตามเสมอจาก  อันเดรย์ ครามาริช ที่เป็นฝ่ายโขกลูกเข้าไป จึงช่วยให้โครเอเชียเสมอเจ้าภาพได้สำเร็จ 1-1 ก่อนจบครึ่งแรก เริ่มต้นเกมครึ่งหลัง โครเอเชียเป็นฝ่ายบุกเร็วทันทีแต่ไม่เป็นผลสำเร็จทำให้รัสเซียสวนกลับเร็วทั้งสองทีมต่างผลัดกันสวนกลับเร็วแต่ไม่สามารถทำประตูนำได้ทำให้จบเกมเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที เมื่อเริ่มเกมได้ 11 นาทีจากการต่อเวลา โดยที่ โดมากอย วิด้า เป็นผู้โขกเข้าไป ทำให้โครเอเชียขึ้นนำ 1-2 จากนั้นเจ้าภาพไล่ตีเสมอได้ในนาทีที่ 25 จังหวะลูกฟรีคิกและ มาริโอ แฟร์นเดส ที่โขกลูกเข้าไปทำให้เสมอในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-2 จึงต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ 5 ครั้ง เป็นผลทำให้โครเอเชียเป็นฝ่ายชนะดวลจุดโทษ 3-4  และผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จและต้องเจอกับทีมชาติอังกฤษในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้

ผลบอลโลกวันที่ 6-7-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 6-7-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 6-7-2018

            ผลบอลโลก 2018 วันที่ 6 กรกฎาคม มีการแข่งขันทั้งหมด 2 ทีม โดยเฉพาะคู่บราซิลทีมเต็งหนึ่งการคว้าแชมป์ปีนี้ต้องพ่ายให้กับเบลเยี่ยมไปอย่างเฉียดฉิว ทำให้ต้องตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทำให้เบลเยี่ยมเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายครั้งแรกในรอบ 32 ปี

Uruguay 0-2 France

อุรุกวัย 0-2 ฝรั่งเศส

            เริ่มต้นเกมครึ่งแรก ฝรั่งเศส เป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าและมีโอกาสบุกทำประตูได้ก่อนแต่ลูกออกข้ามคานไปก่อน  ตลอดเกมครึ่งแรก ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายบุกตลอดเป็นผลในนาทีที่ 40 ที่ได้จากจังหวะลูกฟรีคิก จาก อวงตวน กรีซมันน์ ที่เปิดให้กับ ราฟาเอล วาราน โหม่งเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้ฝรั่งเศสขึ้นนำอุรุกวัยได้ก่อน 1-0 และจบด้วยสกอร์นี้ เริ่มต้นเกมครึ่งหลัง นาทีที่ 62 ฝรั่งเศสเประตูขยีบหนีห่างอุรุกวัยอีกครั้ง จาก อองตวน กรีซมันน์ ที่ทดลองยิงไกล แต่ลูกไปตรงตัว เฟร์นานโด มุสเลร่า ทำให้บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปในที่สุด ทำให้ฝรั่งเศสขึ้นนไปก่อน  2-0 จากทัพตราไก่ที่ครองบอลมากกว่าทำให้อุรุกวัยหาจังหวะลากบอลเข้ามาทำประตูได้ยาก จบเกม ฝรั่งเศสเอาชนะอุรุกวัย 2-0 ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในที่สุด

Brazil 1-2 Belgium

บราซิล 1-2 เบลเยี่ยม

            เริ่มต้นเกมครึ่งแรกทั้งสองฝ่ายเป็นพลัดกันบุกแบบคุมเชิงเพื่อดูท่าที  ในช่วงนาทีที่ 9  แซมบ้าเกือบได้ประตูขึ้นนำจาก เนย์มาร์ ที่เปิดบอลจากลูกเตะมุมเข้ามายังหน้าประตูแต่ลูกลอยออกนอกสนามไปแทน  จากนั้นเบลเบี่ยมเป็นฝ่ายสวนกลับทันที ทำให้ในนาทีที่ 13 เบลเยี่ยมได้ประตูขึ้นนำได้ก่อนจากการเปิดลูกเตะมุมทำให้แว็งซ็องต์ ก็องปานี ที่พยายามขึ้นโหม่งแต่ไม่ถูกบอลทำให้บอลลอยไปถูก แฟร์นานดินโญ่ เข้าประตูตัวเองเป็นผลให้เบลเยี่ยมขึ้นนำ 1-0 ทันที จากนั้นบราซิลโหมบุกคทนแต่ติด กูร์กตัวส์ ที่โชว์เซฟได้อย่างเหนือชั้นหลายครั้ง ต่อมานาทีที่ 31 เบลเยี่ยมได้ประตูขึ้นนำจากลูกากูที่กระชากบอลมาถึงครึ่งสนามก่อนที่จะส่งให้ เดอ บรอยน์ เป็นผู้จัดการส่งลูกไปนอนก้นตาข่าย ทำให้เบลเยี่ยมขยับสกอร์หนีเป็น 2-0 ทันทีก่อนจบครึ่งแรก จากนั้นเริ่มต้นเข้าสู่เกมครึ่งหลัง เบลเยี่ยมออกตัวบุกก่อน ที่หลุดเข้าไปยิงแต่ถูก แนวรับสกัดไว้ได้ตลอด จากนั้น แซมบ้าเป็นฝ่ายสวนกลับทันที แต่ยังไม่เฉียบคมมากพอทำให้เฉียดเสาและติดเซฟตลอด และในนาทีที่ 76 แซมบ้าได้เฮ จากการโหม่งของ ออกุสโต้  ทำให้บราซิลไลาตามาเป็น 2-1 จากนั้นไล่บุกเพื่อหวังตีเสมอแต่บราซิลยิงพลาดและเฉียดเสาตลอดทำให้จบเกม บราซิลพ่ายให้กับเบลเยี่ยม 2-1  ทำให้เบลเยี่ยมผ่านเข้าไปเจอกับฝรั่งเศสในรอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986

ผลบอลโลกวันที่ 3-7-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 3-07-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 3-07-2018

            ผลการแข่งขันบอลโลก 2018 วันที่ 3 กรกฎาคม มีคู่แข่งทั้งหมด 2 คู่ ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด เพื่อต้องการชิงพื้นที่ของการผ่านเข้าสู่รอบต่อไป โดยเฉพาะคู่ทีมอังกฤษที่ต้องดวลลูกจุดโทษเพื่อชิงความแม่นยำของการยิงลูกจุดโทษและการเซฟของผู้รักษาประตูทำให้เป็นเกมที่ต้องลุ้นอย่างตื่นเต้นที่สุด

Sweden 1-0 Switzerland

สวีเดน 1-0 สวิตเซอร์แลนด์

            เริ่มต้นเกมในครึ่งแรกทั้งสองทีมที่ออกสตาร์ททำเกมรุกกันทั้งสองทีมแต่ไม่มีโอกาสจบสกอร์ได้ แม้ว่าจะเปิดตัวทำเกมรุกมากเท่าไรแต่แนวรับทั้งสองทีมเหนียวแน่นจึงไม่มีสกอร์เกิดขึ้น ทำให้จบเกมครึ่งแรกเสมอกันที่ 0-0 เริ่มต้นเข้าสู่เกมครึ่งหลัง สวีเดนเป็นฝ่ายออกตัวบุกก่อนและเป็นผลสำเร็จในนาทีที่ 66 ได้ประตูจาก เอมิลฟอร์สเบิร์ก ที่ซัดลูกหน้าเขตโทษและบอลแฉลบ มิชาเอล แลง ที่เปลี่ยนเข้าประตูไป สวีเดนจึงขึ้นนำสวิตเซอร์แลนด์ 1-0 จากนั้นสวีเดนเป็นฝ่ายโหมบุกอีกครั้งจึงทำให้ มิชาแอล แลง ทำฟาวล์ใส่ มาร์ติน ออลสัน ที่หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษทำให้ได้ใบแดง จากนั้นสวีเดนก็ไม่ได้มีประตูเพิ่มและจบเวลาในครึ่งหลังทำให้สวีเดนผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

Sweden 1-0 Switzerland

โคลอมเบีย 1 – 1 อังกฤษ ( ชนะจุดโทษ 3-4 )

            เริ่มต้นเข้าสู่เกมในช่วงครึ่งแรกอังกฤษเป็นฝ่ายบุกขึ้นไปทักทายก่อนในจังหวะที่ คีแรน ทริปเปียร์ เปิดบอลให้กับ แฮร์รี่ เคน แต่โหม่งหลุดออกไปเอง จากนั้นอังกฤษเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่องทำให้โคลัมเบียเป็นฝ่ายตั้งรับมากกว่า ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โคลัมเบียเป็นฝ่ายได้ลุ้นบ้างแต่น่าเสียดายหลุดออกไปเองทำให้จบเวลาครึ่งแรกเสมอกันที่ 0-0 เริ่มเข้าสู่เกมครึ่งหลังได้เพียง 9 นาที อังกฤษได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ ดาวินซอน ซานเชซ ไปทำฟาวล์ เคน และผู้สังหารคือ เคนที่ยิงลูกเฉียบคมทำให้อังกฤษขึ้นนำเป็น 1-0 ทันที ตลอดเกมอังกฤษเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่า และช่วงทดเวลาบาดเจ็บทำให้โคลอมเบียได้ประตูตีเสมอจากลูกเตะมุมจากการโขกของ เยร์รี่ มีน่า ทำให้ไล่ตามเสมอ 1-1 จบเกมการแข่งขันทำให้ต้องต่อเวลาอีก 30 นาที ทำให้โคลัมเบียมีกำลังใจเพิ่มขึ้นจึงบุกทำเกมมากกว่า แต่ไม่สามารถสร้างโอกาสขึ้นนำได้ เมื่อจบเวลาสกอร์ยังคงเสมอกัน จึงต้องตัดสินด้วยผลการยิงลูกจุดโทษใครแม่นยำและเซฟได้ดีกว่ากัน จากการดวลลูกจุดโทษ ทำให้อังกฤษเฉือนเอาชนะ 3-4 ทำให้สิงโตคำรามเป็นผู้ผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ นัดหน้าต้องพบกับสวีเดนที่เข้าไปรอแข่งในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ผลบอลโลกวันที่ 2-7-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 2-07-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 2-07-2018

            ผลการแข่งขันบอลโลก 2018 วันที่ 2 กรกฎาคม มีคู่แข่งทั้งหมด 2 คู่ ที่แข่งกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะทีมชาติเบลเยี่ยมที่เฉือนเอาชนะญี่ปุ่นมาแบบหืดจับ เพราะถูกนำก่อนทำให้การแก้เกมและความกดดันในการเล่นมีมากกว่าทุกนัดที่ผ่านมา ในที่สุดเบลเยี่ยมก็ผ่านเข้ารอบต่อไปได้แบบเฉียดฉิว

Brazil 2-0 Mexico

บราซิล 2-0 เม็กซิโก

เริ่มต้นการแข่งขันในครึ่งแรกเม็กซิโกเดินเครื่องลุยบุกไปทักทายบราซิลก่อน จากนั้นเนย์มาร์เป็นฝ่ายบุกขึ้นไปทักทายบ้างแต่ติดเซฟได้ก่อน จากนั้นทั้งสองทีมพลัดกันแลกเกมบุก แต่ยังไม่มีทีมใดสามารถทำสกอร์ขึ้นนำได้สำเร็จ ทำให้จบเกมในช่วงครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0 เริ่มต้นเกมครึ่งหลัง บราซิลออกตัวบุกเร็วทันที และโหมบุกต่อเนื่องทำให้นาทีที่ 51  จาก วิลเลี่ยน ที่ส่งบอลผ่านหน้าประตูไปยังเชซุสแต่ยังโชคดีที่ เนย์มาร์ เป็นผู้สไลด์เข้าประตูไปในที่สุด ทำให้แซมบ้าขึ้นนำเม็กซิโกได้ก่อนเป็น 1-0 จึงทำให้บราซิลปล็ดล็อคความกดดันและเล่นเกมได้ง่ายขึ้น โดยเน้นรับและสวนกลับเร็ว ต่อมาในนาทีที่ 88 บราซิลได้ประตูนำห่างออกไปอีกครั้ง จาก โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่เพิ่งลงสนามได้เพียง 2 นาทีหลังจากที่เปลี่ยนตัวกับคูตินโญ่ จากจังหวะที่เนย์มาร์ส่งบอลไปตรงกลางและโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นผู้ยิงเข้าประตูในระยะเผาขน ทำให้บราซิลย้ำชัยชนะด้วยสกอร์ 2-0 จบเกมบราซิลผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

Belgium 3-2 Japan

เบลเยี่ยม 3-2 ญี่ปุ่น

            เริ่มต้นเกมเพียง 2 นาที ญี่ปุ่นมีโอกาสได้ลูกขึ้นนำไปก่อน จาก ชินจิ ตางาวะ แต่ลูกเฉียดเสาไปนิดเดียว ต่อมาเบลเยี่ยมเป็นฝ่ายสวนกลับทันทีแต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะกองหลังญี่ปุ่นสกัดทิ้งไปก่อน เบลเยี่ยมยังคงเป็นฝ่ายบุกตลอดและความเฉียบคมยังไม่ดีเท่าไหร่ และในนาทีที่ 48  ญี่ปุ่นได้โอกาสสวนกลับเร็ว เกงกิ ฮารางูจิ จุงหลุดเดี่้ยวเข้าไปซัดลูกตุงตาข่ายทำให้ขึ้นนำเบลเยี่ยมได้ก่อน 0-1 ต่อมานาทีที่ 52 ญี่ปุ่นได้ประตูทิ้งห่างเบลเยี่ยมอีกครั้งจาก  อินูอิ ที่ตะบันลูกตุงตาข่ายได้สำเร็จ ทำให้ขึ้นนำ 0-2 ก่อนจบครึ่งแรก เริ่มต้นสู่เกมครึ่งหลัง เบลเยี่ยมต้องรีบแก้สถานการณ์อย่างเร่งด่วนทำให้เป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่องและความสำเร็จก็มาถึงในนาทีที่ 69 จากการโขกลูกของ แฟร์ต็องเก้น ทำให้เบลเยี่ยมไล่ตามาเป็น 1-2 และนาทีที่ 74 เบลเยี่ยมได้เฮอีกครั้งจาก มารูยาน เฟลไลนี่ ที่โหม่งเข้าประตูทำให้ไล่ตีเสมอได้สำเร็จเป็น 2-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 94 เบลเยี่ยมได้ประตูชัยจาก ชาดลี่ ที่ส่งลูกไปนอนก้นตาข่าย ทำให้เบลเยี่ยมขึ้นนำญี่ปุ่น 3-2 ทำให้เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับบราซิลในนัดต่อไป

ผลบอลโลกวันที่ 1-7-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 1-07-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 1-07-2018

            ผลการแข่งขันบอลโลก 2018 วันที่ 1 กรกฎาคม มีคู่แข่งทั้งหมด 2 คู่ ซึ่งทั้งสองคู่ที่ต้องเฉือนความแม่นยำด้วยลูกจุดโทษว่าใครแม่ยำเฉียบคมมากว่ากัน โดยเฉพาะเจ้าภาพที่ล้มทีมเต็งได้อย่างฉิวเฉียดจนผ่านเข้าไปรอบในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

Russia 1-1Spain

รัสเซีย 1- 1 สเปน (จุดโทษ 4-3)

เริ่มต้นเกมครึ่งแรกสเปนได้ประตูขึ้นนำได้ก่อนในนาทีที่ 12 จากการทำฟาวล์ใส่นาโช่ เฟร์นานเดซ  เป็นลูกฟรีคิกก่อนที่ มาร์โก อเซนซิโอ้ ก่อนที่จะเบียดไปถูก เซร์คิโอ รามอส เข้าประตูตัวเอง ทำให้สเปนขึ้นนำได้ก่อน 1-0 จากนั้นสเปนเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าแต่ไม่สามารถฝ่าด่านแนวรับของรัสเซียได้ และนาทีที่ 40 เจ้าภาพได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่  เคราร์ด ปีเก้ ไปทำแฮนด์บอล ทำให้เสียลูกจุดโทษ และอาร์เต็ม ดีซูบา เป็นผู้รับทำหน้าที่สังหารทำให้ไล่ตามเสมอเป็น 1-1 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ เริ่มต้นเข้าสู่เกมครึ่งหลัง สเปนยังคงเป็นฝ่ายครองบอลเหนือชั้นกว่าแต่ไม่มีจังหวะจบสกอร์ได้ ตลอดเกมสเปนเป็นฝ่ายบุกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ กระทั่งจบเกมด้วยสกอร์ 1-1 จากนั้นต่อเวลาพิเศษสเปนยังคงบุกอย่างต่อเนื่องแต่แนวรับของเจ้าภาพเหนียวกว่าทำให้เสมอกันที่ 1-1 ทำให้ต้องดวลลูกจุดโทษ เพื่อตัดสินใครเป็นผู้ชนะ โดยยิงทั้งหมด 5 คน  สรุปเจ้าภาพแม่นมากกว่าทำให้เอาชนะไปได้ 4-3 ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

Croatia 1-1 Denmark

โครเอเชีย 1-1 เดนมาร์ก (จุดโทษ 3-2)

            เริ่มต้นเกมได้เพียง 2 นาที เดนมาร์กได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจังหวะลูกทุ่มไกลแล้วบอลทะลักเข้าหา มาเธียส เยอร์เก้นเซ่น  ที่เป็นฝ่ายซัดลูกตุงตาข่ายได้สำเร็จ ทำให้ขึ้นนำโครเอเชีย 1-0 จากนั้นนาทีที่ 4  โครเอเชียได้ประตูตีเสมอจาก มานด์ซูคิช ที่ซัดลูกตุงตาข่ายได้สำเร็จ ทำให้สกอร์เสมอกันที่ 1-1 ทั้งสองทีมเป็นฝ่ายกันบุกโจมตีแต่ยังไม่สามารถทำประตูหนีห่างได้ จบเกมครึ่งแรกโครเอเชียเสมอเดนมาร์ก 1-1 เริ่มต้นเกมครึ่งหลังโครเอเชียเป็นฝ่ายบุกและครองบอลได้เหนือชั้นมากกว่าแต่ไม่สามารถทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จ ทำให้จบเกมในช่วงครึ่งหลังเป็นผลเสมอ จึงต่อเวลาเพิ่มอีก 30 นาที ตลอดช่วงเวลาพิเศษที่บุกทำเกมกันทั้งสองทีมและเดนมาร์กต้องเสียลูกจุดโทษ จากผู้อาสาสังหารครั้งนี้โดย โมดริช แต่ติดเซฟของ ชไมเคิ่ล และสกอร์ยังคงเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องดวลความแม่นยำด้วยการยิงลูกจุดโทษ แต่ผู้ที่แม่นยำมากกว่าในครั้งนี้คือ โครเอเชียที่เฉือนเอาชนะ 3-2  ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

ผลบอลโลกวันที่ 30-6-2016

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 30-6-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 30-6-2018

            ผลการแข่งขันบอลโลก 2018 วันที่ 30 มิถุนายน มีคู่แข่งทั้งหมด 2 คู่ ซึ่งทั้งสองคู่ที่เดินเครื่องเร่งจบสกอร์ให้เร็ว โดยเฉพาะ อุรุกวัยเฉือนเอาชนะโปรตุเกสซึ่งเป็นอีกหนึ่งทีมเต็งของการเข้าสู่รอบชิง ทำให้อุรุวัยเตรียมเจอศึกหนักในนัดต่อไป

France 4-3 Argentina

ฝรั่งเศส 4-3 อาร์เจนตินา

เริ่มต้นเกมครึ่งแรกฝรั่งเศสได้ลูกฟรีคิกระยะ 25 หลา แต่แล้ว กรีซมันน์ซัดออกไปอย่างน่าเสียดาย ต่อมาอีก 5 นาทีได้ลูกจุดโทษจาก มาร์กอส โรโอ ทำฟาวล์ใส่ เอ็มบัปเป้ ผู้สังหารโดยกรีซมันน์ที่ไม่ทำให้ผิดหวัง เป็นผลทำให้ฝรั่งเศสขึ้นนำได้สำเร็จ 1-0 ต่อมานาทีที่ 41 อาร์เจนติน่าไล่ตามเสมอได้จาก อังเคล ดิมาเรีย ทำให้อาร์เจนติน่าเสมอฝรั่งเศส 1-1 ก่อนจบเวลาครึ่งแรก เริ่มเข้าสู่เกมครึ่งหลังเพียงสามนาที อาร์เจนติน่าได้ประตูพลิกขึ้นนำ 2-1 จาก เมสซี่ ต่อมานาทีที่ 57 ฝรั่งเศสได้ประตูตีเสมอเป็น 2-2 จาก เบนฌาแม็ง ปาวาร์  ทำให้ตราไก่เดินหน้าบุกอีกครั้งทำให้พลิกเกมขึ้นมาชนะจาก เอ็มบัปเป้ที่ซัดลูกตุงตาข่ายทำให้ขึ้นนำเป็น 3-2 ต่อมานาทีที่ 4 ได้เพิ่มอีกหนึ่งเม็ดจากชิรูด์ที่แอสซิสต์ให้กับ เอ็มบัปเป้ เป็นผลทำให้ฝรั่งเศสขึ้นนำ 4-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อาร์เจนติน่าไล่ตามมาได้เป็น 4-3 จากการโหม่งของ เซร์คิโอ อเกวโร่ หลังจากนั้นไม่สามารถบุกขึ้นทำสกอร์ได้อีก ทำให้จบเกมอาร์เจนติน่าพ่ายให้กับฝรั่งเศสและตกรอบ 16 ทีมไปในที่สุด

Uruguay 2-1 Portugal

อุรุกวัย 2 – 1 โปรตุเกส

            เริ่มต้นเกมในช่วงครึ่งแรก โปรตุเกสเป็นฝ่ายบุกขึ้นไปทักทายก่อนแต่ถูกติดเซฟเอาไว้ได้  และนาที่ 7 อุรุกวัยได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก หลุยส์ ซัวเรซ เปิดให้กับ เอดินสัน คาวานี่ โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเหนือชั้น ทำให้นำฝอยทองได้ก่อน 1-0 ทำให้โปรตุเกสต้องเร่งเครื่องหลังจากที่ถูกนำ และมีสถิติการครองบอลมากกว่าแต่ไม่สามารถไล่ตามได้ทันจบเกมครึ่งแรกตามหลังอุรุกวัย 0-1 เริ่มต้นเข้าสู่เกมครึ่งหลังโปรตุเกสเป็นฝ่ายไล่ตามและกดดันมากขึ้น แต่แนวรับของอุรุกวัยยังคงเหนียวไม่สามารถเจาะเข้าได้ง่าย  และนาทีที่ 55 ได้ประตูตามเสมอได้สำเร็จจากเปเป้ ทำให้โปรตุเกสยังพอมีหวังเพื่อทำประตูขึ้นนำได้ ทำให้เดินเครื่องบุกใส่เต็มที่อีกครั้ง จากนั้นนาทีที่ 62 อุรุกวัยสวนกลับเร็วและทำสกอร์ขึ้นนำได้อีกครั้งจาก เอดินสัน คาวานี่ ที่ซัดลูกเข้าไปตุงตาข่าย เป็นผลให้อุรุกวัยขึ้นนำเป็น 2-1 และจบเกมโปรตุเกสตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ผลบอลโลกวันที่ 29-6-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 28-6-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 28-6-2018

            ผลการแข่งขันบอลโลก 2018 วันที่ 28 มิถุนายน ที่มีคู่แข่งทั้งหมด 4 คู่ โดยเฉพาะคู่ทีมญี่ปุ่นที่คาดหวังเก็บสามแต้มในนัดนี้เพื่อให้มีคะแนนมากพอที่จะเข้ารอบต่อไปของกลุ่ม เอช ซึ่งมีคะแนนเท่ากับเซเนกัลจึงต้องเร่งเครื่องเต็มที่หากต้องการผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

Japan 0-1 Poland

ญี่ปุ่น 0-1 โปแลนด์

            เริ่มต้นเกมในช่วงครึ่งแรก โปแลนด์ที่เปิดเกมเร็วทักทายซามูไรก่อน  จากนั้นญี่ปุ่นสวนกลับทันทีแต่ติดเซฟทำให้ได้แค่ลุ้นเท่านั้น ตลอดเกมที่ผลัดกันบุกแต่ยังไม่มีใครจบสกอร์ได้ทำให้เสมอกัน 0-0 ในครึ่งแรก ในช่วงเกมครึ่งหลังไม่นานในช่วงนาที 59 โปแลนด์ได้ลูกฟรีคิกและ แยน เบ็ดนาเร็ค เป็นผู้หวดลูกตุงตาข่ายทำให้ โปแลนด์ขึ้นนำไปก่อน 1-0  จากนั้นโปแลนด์โหมบุกอีกครั้งแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จบเวลาโปแลนด์เอาชนะญี่ปุ่นได้ 1-0 แต่คะแนนรวมไม่ดีพอทำให้ตกรอบ ส่วนญี่ปุ่นเข้ารอบต่อไปเพราะมีคะแนนตุนไว้แล้วในก่อนหน้านี้

Senegal 0-1 Colombia

เซเนกัล 0-1 โคลัมเบีย

            ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรกเพียง 17 นาที เซเนกัลทำเกมรุกได้ก่อนจาก ซาดิโอ มาเน่ ที่เกือบจะเป็นจังกวะลูกจุดโทษ แต่กรรมดูวีเออาร์จึงไม่เห็นสมควรให้ลูกจุดโทษ ตลอดเกมครึ่งแรกทั้งสองทีมผลัดกันบุกแต่ไม่เฉียบคมมากพอทำให้เสมอกัน 0-0 ในช่วงเกมครึ่งหลัง ในนาทีที่ 74 โคลอมเบีย ได้สำเร็จจาก เยอร์รี่  มิน่า ที่โหม่งลูกไปตุงตาข่ายทำให้ขึ้นนำ 1-0  จากนั้นเซเนกัลพยายามไล่ตีเสมอแต่ยังไม่เฉียบคมมากพอทำให้จบเกมด้วยสกอร์ 1-0 ทำให้เขี่ย เซเนกัลตกรอบไปอย่างน่าเสียดายเพราะมีใบเหลืองมากกว่าญี่ปุ่น

 

อังกฤษ 0 – 1 เบลเยียม

            เริ่มต้นเกมครึ่งแรกเบลเยี่ยมเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าและบุกขึ้นไปทักทายได้ก่อน แต่ยังไม่เฉียบคมเท่าไหร่ ตลอดเกมครึ่งแรกที่เน้นเป็นการตั้งรับมากกว่า ทำให้จบเกมครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0 ต่อมาเมื่อเกมเข้าสู่ครึ่งหลังที่ยังคงเล่นกันแบบสบาย ๆ และนาทีที่ 51 เบลเยี่ยมได้ประตูขึ้นนำจาก อั๊ดนาน ยานาไซ  ที่ยิงเสียบมุมบนทำให้เบลเยี่ยมมีสกอร์ขึ้นนำสิงโตคำราม 1-0 ทันที จากนั้นอังกฤษได้สวนกลับแต่เกือบได้ประตูไล่ตามเสมอได้หลายครั้งแต่น่าเสียดายที่ยังไม่เฉียบคมมากพอ ทำให้จบเกม เบลเยี่ยมเอาชนะอังกฤษ 1-0 เก็บคะแนนรวมชนะสามนัดรวดทำให้ทั้งคู่สามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้

 

ปานามา 1-2 ตูนิเซีย

            เริ่มต้นเกมครึ่งแรก ตูนิเซียบุกทักทายปานามาได้่กอนแต่พลาดหลุดกรอบไปนิดเดียวทำให้ปานามาสวนกลับทันทืในาทีที่ 33 ปานามาทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จจาก โฮเซ่ หลุยส์ โรดริเกซ ที่ซัดลูกไปแฉลบ ยาสซีน เมเรียห์ทำให้บอลเปลี่ยนทางเข้าประตู เป็นผลให้ปานามานำ 1-0 ได้ก่อน และจบสกอร์นี้ในครึ่งแรก ต่อมาเกมเริ่มต้นเข้าสู่ครึ่งหลัง นาทีที่ 51 ตูนิเซียที่บุกตามตีเสมอจาก ฟาเคร็ดดีน เบน ยุสเซฟ ที่ซัดลูกไปแบบจ่อ ๆ ทำให้ไล่ตามเสมอได้สำเร็จ และนาทีที่  66  ตูนิเซียได้ประตูขึ้นนำ จาก วาห์บี คาซรี่ ทำให้จบเกมตูนิเซียเอาชนะปานามาเก็บสามแต้มได้สำเร็จแต่น่าเสียดายที่คะแนนไม่สามารถเข้าเป็นที่สองของกลุ่มจีได้ ทำให้ต้องตกรอบด้วยกันทั้งสองทีม

ผลบอลโลกวันที่ 27-6-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 27-6-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 27-6-2018

            ผลการแข่งขันบอลโลก 2018 วันที่ 27 มิถุนายน ที่มีคู่แข่งทั้งหมด 4 คู่ โดยเฉพาะคู่ทีมเยอรมันต้องพ่ายให้กับทีมชาติเกาหลีใต้ไปแบบพลิกความคาดหมาย ทำให้แชมป์เก่าไม่สามารถป้องกันแชมป์โลกในครั้งนี้ได้ เป็นคู่ที่สร้างความช็อกให้กับแฟนบอลทั่วโลก

 

เกาหลีใต้ 2-0 เยอรมนี

            เริ่มต้นเกมครึ่งแรกเยอรมันเป็นฝ่ายบุกใส่เกาหลีใต้ก่อนแต่ลูกยังไม่เฉียบคมมากพอทำให้ออกหลังไป จากนั้นเกาหลีใต้เป็นฝ่ายบุกกลับมาได้บ้างแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จบเกมครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0 เริ่มต้นเกมครึ่งหลัง เยอรมันยังคงโหมบุกใส่ไม่ยั้ง และมีสถิติการครองบอลมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนมากจะจ่ายบอลและจับบอลกันพลาดมากกว่าทำให้ยังเจาะแนวรับของเกาหลีใต้ได้ ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เกาหลีใต้ได้ลูกขึ้นนำจากการเปิดลูกเตะมุมทำให้ คิม ยอง-กวอน ยิงลูกเข้าประตู แม้ว่าจะบอกเป็นลูกล้ำหน้าเมื่อดูวีเออาร์ทำให้เห็นว่าไม่ล้ำหน้า เป็นผลให้ดเกาหลีใต้ขึ้นนำเยอรมัน 1-0 จึงเป็นสิ่งที่กดดันแชมป์เก่าอย่างมาก จากนั้นไม่นาน เกาหลีใต้ตอกย้ำชัยชนะด้วยการยิงเข้าไปง่าย ๆ ของ ซน ฮึง-มิน  จบเกม เกาหลีใต้เขี่ยเยอรมันแชมป์เก่าตกรอบพร้อมทีมตนเอง

Mexico 0-3 Sweden

เม็กซิโก 0-3 สวีเดน

เริ่มต้นเกมครึ่งแรกสวีเดนเป็นฝ่ายบุกไปไปทักทายเม็กซิโกแต่ก็ได้แค่ลุ้น จากนั้นเม็กซิโก เป็นฝ่ายบุกได้มากกว่าแต่ไม่เฉียบคมเท่าไหร่ จบเกมครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 เริ่มต้นเกมครึ่งหลัง เพียง 5 นาที สวีเดนได้ประตูขึ้นนำจาก ลุดวิก ออกุสตินส์สัน ทำให้นำไปก่อน 1-0 จากนั้น ต่อมานาทีที่ 62  ได้ลูกจุดโทษสังหารโดย อันเดรียส กรานควิสต์ ทำให้ทิ้งห่างเป็น 2-0  จากนั้นนาทีที่ 74 สวีเดนเป็นฝ่ายย้ำชัยชนะได้อีกหนึ่งลูกจาก เอ็ดซอน อัลวาเรซ ที่พลาดทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้จบเกมสวีเดนเอาชนะเม็กซิโก 3-0 ทำให้ผ่านเข้ารอบไปและส้มหล่นที่เม็กซิโกก็เข้ารอบเช่นกันแม้ว่าจะแพ้เพราะเยอรมันมีคะแนนน้อยกว่า

Serbia 0-2 Brazil

เซอร์เบีย 0-2 บราซิล

            เริ่มต้นเกมไม่นาน เนย์มาร์ เป็นฝ่ายบุกโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงแต่น่าเสียดายลูกข้ามคานออกไป จากนั้นเซอร์เบียสวนกลับเร็วแต่ถูกสกัดไว้ได้ ในนาทีที่ 36 บราซิลได้เฮจาก เปาลินโญ่  เป็นผู้กระดกบอลข้ามตัวทำให้ลูกตุงตาข่ายได้สำเร็จขึ้นนำไปก่อน 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้  เริ่มเกมครึ่งหลังแซมบ้ายังคงโหมบุกตลอดทำให้นาทีที่ 68 ได้ประตูทิ้งห่างจาก ติอาโก้ ซิลวา ขึ้นโหม่งบอลตุงตาข่ายได้สำเร็จ ทำให้ขึ้นนำ 2-0 จากนั้นเซอร์เบียเป็นฝ่ายบุกแต่ทะลุแนวรับแซมบ้าไม่ได้ จบเกม บราซิลเอาชนะเซอร์เบีย 2-0 ทำให้ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

 สวิตเซอร์แลนด์ 2-1 คอสตาริกา

เริ่มต้นเกมครึ่งแรกสวิตเซอร์แลนด์เป็นฝ่ายขึ้นนำได้สำเร็จในนาทีที่ 31 จาก เบลริม เชไมลี่ ทำให้มีสกอร์ขึ้นนำได้ก่อน 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้  เมื่อเริ่มเข้าสู่เกมครึ่งหลัง คอสตาริกาได้มีโอกาสลุ้นแต่ยังไม่คมเท่าไหร่ และในนาทีที่ 56 คอสตาริกาได้ประตูตีเสมอจากลูกโขกของ เคนดัลล์ วาสตัน ทำให้สกอร์เสมอ 1-1 จากนั้นไม่นานนาทีที่ 88 สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นนำจาก เดอร์มิช ทำให้สกอร์ทิ้งห่างเป็น 2-1 ต่อมาคอสตาริกาได้ลูกจุดโทษและบอลกระดอนถูกตัว ซอมเมอร์ ถือเป็นการทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้จบสกอร์ 2-2 จบเกมเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์มีคะแนนดีกว่าทำให้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

ผลบอลโลกวันที่ 26-6-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 26-6-2018

ผลบอลโลก (World Cup 2018) 26-6-2018

            ผลการแข่งขันบอลโลก 2018 วันที่ 26 มิถุนายน ที่มีคู่แข่งทั้งหมด 4 คู่ โดยเฉพาะคู่ทีมชาติอาร์เจนติน่าที่ไล่บี้เก็บสามแต้มในนัดนี้ ทำให้ต้องออกแรงจบสกอร์ได้ช้ากว่าที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ตลอดเกมบุกกันอย่างดุเดือดเป็นผลสำเร็จต่อทัพฟ้าขาวในที่สุดเอาชนะไนจีเรียได้สำเร็จ

Denmark 0-0 France

เดนมาร์ก 0-0 ฝรั่งเศส

            เริ่มต้นเกมสวีเดนเป็นฝ่ายบุกและมีโอกาสลุ้นทำประตูในนาทีที่ 7 จาก คริส เอริคเซ่น จากลูกเตะมุมและ ซิม่อน เคียร์ ที่เป็นฝ่ายโหม่งออกไปอย่างน่าเสียดาย ต่อมาฝรั่งเศสบุกสวนคืนบ้างจาก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่ซัดเข้าไปติดเซฟส่งผลให้ลูกออกหลังไป ตลอดเกมต่างฝ่ายแบ่งรับแบ่งสู้ทำให้จบเกมครึ่งแรก เสมอกัน 0-0 เริ่มต้นเข้าสู่เกมครึ่งหลังสวีเดนเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่า แต่ก็ไม่สามารถทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จ ตลอดเกมช่วงครึ่งหลังไม่มีประตูเกิดขึ้น เพราะฝรั่งเศสโอกาสเข้ารอบมีอยู่แล้ว และสวีเดนเพียงแค่เสมอเท่านั้น จึงทำให้เกมดูไม่ค่อยบุกเท่าไหร่ทำให้หมดเวลาสกอร์เสมอกัน 0-0 ทำให้ทั้งสองที่ผ่านเข้ารอบของกลุ่มซี

 

ออสเตรเลีย 0-2 เปรู

            เริ่มต้นเกมครึ่งแรกเปรูเป็นฝ่ายบุกกดดันตลอดทำให้นาทีที่ 18 ได้ประตูขึ้นนำจาก อันเดร การ์รีโย่ ที่เข้ามาเสียบลูกเข้าเสาสอง ทำให้นำออสเตรเลีย 1-0 ครึ่งแรกและจบด้วยสกอรนี้ เริ่มต้นเข้าสู่เกมครึ่งหลัง ได้เพียง 5 นาที เปรูทำประตูทิ้งห่าง จาก เปาโล เกร์เรโร่ ทำให้ขึ้นนำเป็น 2-0 จากนั้นเปรูเป็นฝ่ายบุกตลอดและครองบอลได้มากกว่า จบเกมเปรูเอาชนะออสเตรเลีย 2-0 แม้ว่าเปรูจะมีสามคะแนนแต่ก็ไม่เพียงพอให้ผ่านเข้ารอบต่อไปทำให้ทั้งสองทีมตกรอบแรกของกลุ่มซี

Nigeria 1-2 Argentina

ไนจีเรีย 1-2 อาร์เจนตินา

            เริ่มเกมครึ่งแรกทัพฟ้าขาวเป็นฝ่ายออกตัวแรงบุกทำประตูได้สำเร็จขึ้นนำตั้งแต่ 15 นาที แรก จากเมสซี่ ที่ส่งลูกไปตุงตาข่ายได้สำเร็จทำให้ขึ้นนำไนจีเรีย 1-0 ทันที จากนั้นอาร์เจนตินาเป็นฝ่ายครองบอลตลอด แต่การจบสอร์ไม่มีทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-0 ต่อ จากนั้นเข้าสู่เกมครึ่งหลัง ผลัดกันบุกทำให้ทัพฟ้าขาวพลาดเสียลูกจุดโทษทำให้ไนจีเรียตีเสมอได้ทันจากการสังหารของ  วิคเตอร์ โมเสสทำให้ไล่ตามมาเป็น 1-1 จากนั้นไนจีเรีย ก่อนหมดเวลาอาร์เจนติน่าขึ้นนำได้สำเร็จจาก โรโฮ ถือเป็นผู้ที่ช่วยพลิกชะตาอาร์เจนตินาให้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

 

ไอซ์แลนด์ 1-2 โครเอเชีย

            เริ่มต้นเกมทั้งสองทีมครองบอลและดูเชิงกันนานกว่าสิบนาที และมีโอกาสทำประตูขึ้นนำได้ไม่ดีเท่าไหร่ทำให้จบเกมครึ่งแรกเสมอ 0-0 ต่อมาเข้าสู่เกมครึ่งหลัง เพียง 2 นาที จาก บาเดลเป็นผลทำให้ จากนั้นไอซ์แลนด์ได้ทำเกมบุกมากขึ้นแต่ไม่เฉียบคมเท่าไหร่ ทำให้โครเอเชียบุกสวนเร็วและมีประตูเกิดขึ้นนำเป็น 2-1 จบเกม โครเอเชียเอาชนะไอซ์แลนด์ 2-1 พร้อมทั้งผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ